สันทนาก๊าน…สันทนาการ

วันก่อนกลับจากค่าย ก็ได้มีโอกาสนั่งคุยกับเฟิร์น (ประธานค่าย Thinking#4) มีอยู่ประโยคหนึ่งที่สะดุดความรู้สึกผมก็คือ

“ฝ่ายสันทนาการนี่ สบายจังเลยนะคะ”

เท่าที่ลองประมวลจากการพูดคุยกัน รวมไปถึงมุมมองอื่น ๆ ที่ผมเคยคุยกับฝ่ายอื่น ๆ ก็พอจะสรุปได้สองสามข้อว่า การเป็นฝ่ายสันทนาการมันก็มีอะไรที่ง่าย + ได้เปรียบฝ่ายอื่น ๆ จริง ๆ นั่นแหละ ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกันฝ่ายต่อฝ่ายแล้ว เช่น

1.ฝ่ายสันทนาการไม่ต้องเตรียมการอะไร มาถึงก็นำกิจกรรมเลย ไม่มีอุปกรณ์ต้องวางแผน ไม่เหมือนฝ่ายกิจกรรมที่ต้องเตรียมตัวล่วงหน้า ต้องหาอุปกรณ์ ต้องทดสอบกิจกรรม ฯลฯ พูดง่าย ๆ ก็คือยุ่งยากน้อยกว่ามาก

2.ฝ่ายสันทนาการไม่ต้องอยู่ค่ายตลอดเวลา ไม่เหมือนพี่เลี้ยงที่ต้องอยู่ตลอด (หรือจะแวบออกไปก็น้อยมาก) ในขณะที่ฝ่ายสันทนาการ พอหมดหน้าที่ของเราแล้ว ข่วงกิจกรรมยาว ๆ ก็หายไปได้เลยสามสี่ชั่วโมง จะกลับมาใหม่ก็ตอนยามเช้ายามเย็น หรือตอนรอยต่อของกิจกรรม หรือจริง ๆ แล้ว ถ้าแค่ถ่วงเวลา ถึงฝ่ายสันทนาการไม่อยู่ ก็ทำอย่างอื่นได้ เช่น เปิดหนังให้น้องดู (สรุปว่าฝ่ายสันฯไม่จำเป็นสินะ “ – -)

3.ฝ่ายสันทนาการเป็นฝ่ายโคตะระเบื้องหน้า หมายถึงว่าได้ลงไปสัมผัสกับน้อง ๆ มาก ออกไปนำสันทนาการแป๊บเดียว น้อง ๆ จำพี่ ๆ ได้หมดแล้ว ไม่เหมือนฝ่ายเบื้องหลังอื่น ๆ เช่นอุปกรณ์ สวัสดิการ อาหาร ที่ทำงานหนักเกือบตาย แต่น้อง ๆ ก็ไม่รู้จักเลย

จากเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมด ถ้าวัดกันแล้ว ฝ่ายสันทนาการน่าจะเป็นฝ่ายที่มีฅนอยากทำมากที่สุดนะครับ

แต่ในสภาพความเป็นจริง กลับตรงกันข้าม

ฝ่ายสันทนาการกลับเป็นฝ่ายที่หาฅนทำยากมากเลยฮะ ถ้าเป็นฟันแคมพ์เองก็มักจะต้องใช้รุ่นพี่ หรือไม่งั้นก็เอ้าท์ซอร์สมาจากฅนที่ไม่เคยได้เป็นพี่เลี้ยงมาก่อน ส่วนฅนที่เคยทำฝ่ายนี้ก็มีช่วงระยะเวลาที่สั้น เช่น ทำค่ายสองค่าย จากนั้นก็เปลี่ยนไปทำฝ่ายอื่น ไอ้ที่ทำเป็นปี ๆ นี่แทบไม่มีเลย

ผมลองทบทวนความจำดูแล้ว ฝ่ายสันทนาการก็เริ่มตั้งแต่สมัยอาตี้พีต้า หลังจากนั้นมาก็ข้ามมาเป็นตี๋น้อยกับปรินเลย พอหลุดจากรุ่นนั้นก็เป็น กร แล้วปีล่าสุดก็เป็นจีจี้ เรียกได้ว่ามีฝ่ายสันฯ ปีเว้นปี อันนี้ของฟันแคมพ์นะครับ ถ้าเป็นของไอซีที ก็มีสมัยโอ๊ต ปาล์ม-เดียว ภพณ์-อู๋ บี-กิ๊ฟ แล้วก็น้อง ๆ ของวิศวะเกษตร

ผมลองมานั่งเรียบเรียงดูแล้ว ก็เลยพยายามที่จะอธิบายสาเหตุที่สันทนาการไม่มีฅนทำ…หรือว่าทำแล้วยืนระยะได้ไม่นาน ก็พอได้เป็นประเด็น ๆ ดังนี้ครับ

เรื่องแรก เป็นฅนนำสันทนาการมันค่อนข้างสุ่มเสี่ยงต่อภาพลักษณ์ของตัวเองน่ะครับ ฝ่ายสันฯจะต้องออกแนวขำ ๆ ตลกโปกฮา เพราะฉะนั้นใครมานำสันฯ ก็บอกได้เลยว่าหมดสิทธิ์วางตัวเท่ หรือว่าดูดี ผมยังจำได้เลยว่า สมัยที่ตี๋น้อยเรียนจบไปแล้ว แล้วกลับมางานของน้อง ๆ พร้อมแต่งตัว ‘อย่างหล่อ’ พอผมให้ช่วยนำสันฯ ก็อิดเอื้อน บอกว่า พี่ก้อน มันเลยวัยแล้วอ่ะ หรือพอให้ออกมาเต้นเป็นตัวอย่างข้างหน้า ก็เต้นแบบงั้น ๆ ไม่ทุ่มสุดตัวเหมือนสมัยตัวเองนำสันทนาการ

เพราะฉะนั้น ฅนที่อยากวางตัวให้ดูดี คงไม่อยากเป็นฅนนำสันฯแน่ฮะ

เรื่องที่สอง ต่อเนื่องกับเรื่องแรกครับ เมื่อฅนติดภาพว่า จะนำสันทนาการได้ ต้องขำต้องฮา ฅนก็เลยคิดว่า ถ้าตัวเองไม่ฮา หรือไม่ใช่ฅนที่สนุกสนานตลอดเวลา ปล่อยมุกเป็นว่าเล่น ก็จะนำสันทนาการไม่ได้ ซึ่งจะว่าไปก็เป็นความคิดที่ถูกเพียงครึ่งเดียว

จริง ๆ แล้วการนำสันทนาการมันทำโดยผ่านทางเกมและเพลงเป็นหลักครับ เรื่องปล่อยมุกหรือทำให้ฅนอื่นหัวเราะมันเป็นแค่ของแถม มีก็ได้ ไม่มีก็ไม่เป็นไร อย่างผมเองสมัยนำสันทนาการแรก ๆ มาถึงก็สอนเกมกับเพลงเลยครับ ไม่มีเล่นมุก(แป้ก ๆ) เลย พวกปล่อยมุก หรือทำบรรยากาศให้ครื้นเครง มันมาหัดที่หลังทั้งนั้น (จริง ๆนะ) แล้วในทางกลับกัน ไอ้พวกปล่อยมุกนี่แหละตัวดี เวลานำสันทนาการ ถึงเวลาอธิบายเกมก็ต้องอธิบายเป็นเรื่องเป็นราวครับ ต้องพูดต่อเนื่องนาน ๆ โดยไม่เถลไถลออกไปเรื่องอื่น ไม่งั้นน้อง ๆ จะไม่เข้าใจเกม เพราะฉะนั้น เวลาผมนำสันฯคู่กับฅนที่ปล่อยมุกอยู่ตลอดเวลาจะน่ารำคาญมาก เพราะอธิบายไปสองคำก็โดนตัดด้วยมุก ถ้าถามผมว่า จริง ๆ แล้วฅนที่ตลกเฮฮา ชอบเล่นมุข กับฅนที่ไม่ค่อยตลกเท่าไหร่ แบบไหนสอนการนำสันฯ ง่ายกว่ากัน ผมบอกได้เลยว่าแบบหลังครับ

เพราะงั้น การที่ฅนคิดว่า ตัวเองไม่ใช่ฅนตลก ก็เลยนำสันฯไม่ได้ (ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องเท่าไหร่) ก็เลยจำกัดฅนที่จะมานำสันฯ ไปโดยปริยาย

เรื่องที่สาม สันทนาการเป็นกิจกรรมที่มีความยืดหยุ่นสูง
ผมจำได้เลยครับ ว่าพี่ณัชเคยถามผมว่า ‘พี่ก้อนเป็นฅนนำสันฯแบบเตรียม (แปลว่าต้องเตรียมกิจกรรมโดยละเอียดก่อนนำสันฯ) หรือว่าเป็นแบบสด (แปลว่าไม่ต้องเตรียมอะไร ไปถึงก็นำสันฯแบบสด ๆ เลย) ครับ?’

คำถามนี้เป็นคำถามที่แสดงให้เห็นเป็นอย่างดีเลยครับ ว่าฅนภายนอกมองทีมสันทนาการอย่างไร

ฅนภายนอกมักจะมองว่าสันทนาการเป็นพวกเตรียมอะไรสด ๆ เวลาประชุมของกิจกรรม ก็มักจะตอบไม่ค่อยได้ว่า สันทนาการจะเล่นเกมอะไร แล้วก็เห็นเปลี่ยนกลับไปกลับมาบ่อย ๆ ราวกับไม่ได้เตรียม

แต่ผมขอยืนยันตรงนี้เลยว่า ฝ่ายสันทนาการต้อง ‘เตรียม’ ทุกครั้งก่อนนำสันฯครับ ใครที่คิดว่าเป็นฝ่ายสันฯแล้วจะออกไป ‘แหลสด’ ผมเห็นว่าตายทุกราย

การเตรียมตัวนี่ก็ต้องเตรียมละเอียดมาก ต้องเตรียมทั้งเกม เพลง เพลงทำโทษ ถ้าเป็นมือใหม่ ก็ต้องถึงขั้นลองกิจกรรม ซ้อมอธิบายก่อน ไม่ต่างจากการนำกิจกรรมอื่น ๆ เลย (เผลอ ๆ จะมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะฝ่ายสันฯต้องมีเกม -สำรอง- ไว้ตลอด แต่ฝ่ายกิจกรรมไม่ต้อง เตรียมมาอย่างไรก็เล่นอย่างนั้น)

แต่ปัญหาก็คือว่า การนำสันทนาการไม่มีกรอบเวลาเป๊ะ ๆ เหมือนกิจกรรมอื่นครับ บางทีเตรียมเกมมาสำหรับหนึ่งชั่วโมง พิธีเปิดแม่งเลท เหลือสิบห้านาที ก็ต้องปรับกันเดี๋ยวนั้น หรือว่าเตรียมเกมมาที่ต้องใช้เครื่องเสียงดี ๆ แต่ปรากฎว่าไมค์เจ๊ง ก็ต้องปรับเกมในทันทีทันควัน บางครั้งกิจกรรมใช้พื้นที่กว้าง แต่พอจัดน้องนั่งเป็นวงแล้วพบว่าฅนเยอะเกินไป ก็ต้องเปลี่ยนเกม เพราะขืนดันทุรังใช้เกมที่เตรียมมาก็จะแป้กเสียเปล่า ๆ

ที่ชัด ๆ ก็คือเวลานำสันฯแบบถ่วงเวลา อันนี้มันจะสดมาก บางทีก็โดนถีบไปนำน้อง ๆ โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อน (กรเคยเล่าว่า ตอนค่ายอินโน ไฟดับ ต้องออกไปนำสันอยู่ร่วม 3 ชั่วโมง เป็นอะไรที่ถ้าไม่ได้อยู่ฝ่ายสันฯคงไม่มีวันได้เจอ)

เพราะงั้นฅนคิดว่าฝ่ายสันทนาการมักไม่ต้องเตรียมตัว สดเสมอ ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ไม่ยากครับ พอฅนคิดว่าฝ่ายสันทนาการชอบสด ฅนที่มานำสันฯก็มักจะสดตาม ไม่ค่อยเตรียมตัว ก็เลยตายกันเป็นแถว ๆ (จะอธิบายในหัวข้อต่อไป)

ส่วนที่เห็นว่าผมไม่ค่อยเตรียมอะไร ก็เพราะว่ามันคุ้นเคยแล้วละครับ ไม่ต้องมานั่งซ้อมร้องเพลง หรือฝึกอธิบายอีกแถมแ เวลาคุยกับกร ก็เลยคุยแค่ว่า จะเล่นเกมนี้นะ ต่อด้วยเกมนี้ ใช้เกมทำโทษเป็นอะไร แล้วมีเกมสำรองเป็นอะไร จบ แต่ถ้านำสันฯใหม่ ๆ ยืนยันครับ ว่าต้องเตรียมอย่างละเอียดมาก (ถึงขั้นต้องซ้อมเลยว่าจะพูดว่าอย่างไร หรือจะรับส่งมุกอย่างไรเลยทีเดียว)

เรื่องที่สี่ สันทนาการเป็นเรื่องของทักษะเป็นหลักครับ ไม่ใช่แค่รู้จักเกม รู้จักเพลง แต่การอธิบายเกม อธิบายเพลงก็ต้องมีขั้นตอนที่จะทำให้ฅนเข้าใจ นอกจากนี้ถ้ามีเลเวลสูง ๆ ก็ต้องมีเซ็ตของเกมกับเพลงอยู่ในหัวมากพอ ที่จะเอามาสลับปรับเปลี่ยนได้ให้เหมาะสมตามสถานการณ์

สิ่งที่ผมลำบากใจค่อนข้างมากก็คือ เวลามีใครสักฅน (ส่วนใหญ่เป็นพี่ณัช) โทรมาบอกผมให้ไปสอนสันทนาการให้กับฅนนำสันฯ มีเวลาหนึ่งวัน สิ่งที่ฅนคิดก็คือ แค่ไปบอกว่ามีเกมอะไร เพลงอะไร ถ้ารู้จักก็นำสันฯได้แล้ว ซึ่งจริง ๆ แล้วมันมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะครับ แค่เรื่องอธิบายเกมอย่างไรให้ฅนไม่งง ให้เข้าใจได้ง่าย ก็เป็นเรื่องที่ต้องฝึกฝนแล้ว แล้วสันทนาการ การฝึกที่ดีที่สุดคือการออกมานำสันทนาการจริง ๆ ครับ ถึงจะได้ประสบการณ์ที่สามารถนำไปใช้ได้ เพราะฉะนั้น การที่ให้ผมไปเจอหน้าฅนนำสันฯแค่ 2-3 ฅนที่ไม่มีประสบการณ์การนำสันฯเลย เพื่อสอนสันฯ ในเวลาแค่หนึ่งวัน จึงเป็นเรื่องที่เกือบจะไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง ถ้าจะให้ฝึกจริง ๆ อย่างน้อยควรมีสต๊าฟมาร่วมเป็นฅนทดลองเกมสัก 10-20 ฅนน่ะครับ

เรื่องนี้มันก็เลยลากมาจากข้อที่ก่อน ๆ ด้วยความที่ฅนนำสันทนาการมักเป็นพวกเฮฮา สมาธิสั้น ประกอบกับคิดว่าฅนนำสันฯมักจะแหลสดเป็นหลัก ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาก เวลาผมไปเตรียมตัวสอนสันทนาการให้ใคร ก็มักเกิดปัญหาว่า ฅนนำสันไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาเลย ไม่วางแผนเลยว่า สันทนาการครึ่งชั่วโมงนั้นจะเล่นเกมอะไรบ้าง เล่นเพลงอะไรบ้าง ไม่ฝึกซ้อมก่อน ไม่เตรียมตัวอะไรทั้งนั้น บลา ๆ ๆ พอถึงเวลานำจริงมันก็แป้กสิครับ
แล้วพอแป้ก มันก็เลยนำไปสู่ข้อต่อไป

เรื่องที่ห้า ฝ่ายอื่น ๆ เวลาทำงาน มักจะมีการประเมินผลกันเองบ้าง ผ่านพี่เลี้ยงบ้าง แต่สำหรับฝ่ายสันทนาการแล้ว แทบไม่ต้องรอการคอมเมนท์จากฝ่ายอื่น ๆ เลยครับ เพราะเราจะมองเห็น ‘ปฏิกิริยา’ จากผู้เข้าร่วมโดยตรง

อย่างฝ่ายกิจกรรม ถ้าน้องเบื่อ น้องเซ็ง (เป็นบางฅน) อย่างน้อยก็จะมีฅนอื่น ๆ ที่ทำกิจกรรมอย่างสนุกสนาน แล้วถ้าเป็นกิจกรรมที่เดินไปเดินมา อันนี้ก็ประเมินยาก แต่สันทนาการ ถ้าน้องเบื่อน้องเซ็ง มันเห็นกันจะจะตาครับ ถ้านำห่วยมาก ๆ ผู้เข้าร่วมโห่ไล่ก็ยังมี

การที่ผู้เข้าร่วมมีปฏิกิริยาในทางลบส่งออกมาชัด ๆ มันค่อนข้างบั่นทอนความรู้สึกของฅนนำสันฯมากครับ แล้วเรื่องนำสันฯแป้กนี่เป็นเรื่องปกติ ขนาดนำสันฯมาหลายปียังแป้กเป็นประจำ ยิ่งเป็นฅนที่นำสันทนาการครั้งแรก + ไม่ได้เตรียมตัว ไม่ได้ฝึกซ้อมอะไรมาเลย พอนำสันฯแล้วได้รับผลกระทบเชิงลบ ก็เล่นเอาใจเสียได้ง่าย ๆ พอออกไปนำสันฯแล้วน้อง ๆ ไม่ชื่นชอบ ก็อย่าหวังเลยครับว่าค่ายหน้า หรือค่ายต่อ ๆ ไปจะนำสันฯอีก ไปทำฝ่ายอื่นดีกว่า

แล้วผมบอกได้เลยครับ ว่าฅนนำสันฯทุกฅนผ่านการแป้กมาแล้ว ผมเองยังเคยออกมาแย่ถึงขั้นร้องไห้มาแล้ว เพราะฉะนั้น ฅนนำสันฯ ถ้าไม่ชอบด้านนี้จริง ๆ (หรือถูกเพื่อน ๆ ยัดเยียดให้ทำ) ผมเชื่อว่าไม่ทำต่อแน่ครับ เห็นมาเยอะจนเบื่อแล้ว ฅนที่นำสันฯได้แค่ค่ายเดียว จากนั้นก็ไม่ทำอีกเลย

จะอยู่ฝ่ายสันฯนาน ๆ ได้ ต้องผ่านการนำสันฯแป้กมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2-3 ค่ายครับ ถึงจะอยู่ตัว

เรื่องที่หก เรื่องหนึ่งที่คิวบิคแตกต่างจากชมรมอื่น (หรืออย่างน้อยก็ชมรมที่ผมเคยอยู่มา) ก็คือฝ่ายสันทนาการค่อนข้างเป็นลูกเมียน้อยครับ อย่างของที่อื่น ฝ่ายสันทนาการจะค่อนข้างใหญ่ เสียงดัง เอะอะ ๆ อะไรก็สันทนาการไว้ก่อน ขนาดเลยเวลานอนมาแล้ว ฝ่ายสันฯอยากจะนำสันทนาการต่ออีกครึ่งชั่วโมง ก็ยังทำได้ ไม่มีปัญหา

แต่ของคิวบิคนี่ฝ่ายสันต้องทำใจครับ ช่วงเวลาละลายพฤติกรรม (ซึ่งมักอยู่ในวันแรก หลังพิธิเปิด) โดนกินเวลาเป็นประจำ เวลาน้องมาบอกว่า ละลายพฤติกรรมได้เวลาหนึ่งชั่วโมงเต็ม ผมก็มักบอกเสมอแหละว่า ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวก็เลท เหลือเวลาจริง ๆ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง (แล้วก็มักจะเป็นอย่างนั้นจริง ๆ) ยามเช้ายามเย็นก็โดนเบียดเวลาประจำ เลิกเลทบ้าง เหลือเวลานิดเดียวบ้าง ตัดทิ้งไปเลยบ้าง ก็ต้องปรับเกมกันไปเป็นวัน ๆ ไป

ที่สำคัญก็คือ ฝ่ายสันฯต้องคอยรับผิดชอบช่วงเวลาระหว่างกิจกรรมด้วยครับ ถ้ากิจกรรมต่อไปไม่พร้อม ก็ต้องมาถ่วงเวลาไว้ จะอ้างว่าไม่ได้เตรียมไม่ได้ มันเป็นหน้าที่ (แต่ที่อื่น ถ้าฝ่ายสันฯไม่อยากนำสันฯก็ไม่ต้องนำนะครับ ปล่อยน้องฟรีไปเลย พอพร้อมเมื่อไหร่ค่อยเรียกรวม) ที่ห่วยแตกกว่านั้นก็คือ เวลาถ่วงเวลาให้ ก็มักจะโดนฝ่ายอื่นด่าอยู่เรื่อยว่า เลทแล้วนะ ทำไมไม่ปล่อยน้องสักที ผมจำได้ว่า ค่ายปีนี้โดนพี่ณัชโวยมาไม่ต่ำกว่าสองหน ว่ากิจกรรมเลทมากแล้ว ฝ่ายสันฯจะเล่นเกมอยู่ทำไม? ซึ่งผมก็ต้องตอบกลับไปว่า ‘ฝ่ายกิจกรรมบอกว่ายังไม่พร้อมครับ ให้ถ่วงเวลาไว้’

ซึ่งนี่ก็เป็นปัญหามาหลายค่ายแล้วครับ ฝ่ายสันฯมักถูกเรียกให้ไปถ่วงเวลา ซึ่งก็ไม่มีใครบอกว่าต้องถ่วงเวลานานเท่าไหร่ พอฝ่ายกิจกรรมเตรียมเสร็จก็ไม่มีใครมาบอกว่าพร้อมแล้วนะ ปล่อยได้แล้ว แล้วก็มาว่าว่าทำให้กิจกรรมเลท (บ๊ะ) อีกอย่าง ฅนชอบคิดว่า ถ้าบอกให้ฝ่ายสันฯเลิก ก็ต้องเลิกได้ทันที แต่อยากจะบอกว่า กิจกรรมบางอย่าง เกมบางเกม พอเล่นแล้วต้องเล่นให้จบน่ะครับ ไม่งั้นอารมณ์ค้าง แล้วไม่เป็นผลดีกับฝ่ายสันฯเลย อย่างเช่นสอนเพลงไปได้ครึ่งเพลง อย่างน้อย ๆ ก็ควรสอนต่อให้จบ เรื่องแบบนี้ฅนที่ไม่ได้นำสันฯมาก่อนมักไม่เข้าใจ

บางทีมันก็ค่อนข้างโหดครับ กรเคยเล่าว่า ค่ายโฟโต้ ฝ่ายกิจกรรมบอกว่าให้ถ่วงเวลาสิบนาที พอครบสิบนาทีก็มาบอกว่า ขอต่ออีกสิบนาที โดนต่ออย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนครบชั่วโมงครึ่ง อย่างงี้ฝ่ายสันฯก็แย่เหมือนกันครับ เพราะถ้ารู้ว่ามีเวลาสิบนาทีก็ต้องใช้เกมที่เล่นเสร็จในสิบนาที แต่ถ้ารู้ว่ามีเวลาเป็นชั่วโมงๆ ก็จะได้ใช้เกมอื่นที่ใช้เวลาเล่นนานกว่า

ในหลายๆ หนฝ่ายสันฯก็เลยโดนด่าฟรี

เรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องเล็ก ๆ ครับ แต่ผมคิดว่ามีผลพอสมควร ก็คือว่าฝ่ายสันทนาการมักอนุญาตให้มีแค่สองฅนครับ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว ผมมองว่าน้อง ๆ ที่อยู่ในวัยเรียนมักเป็นโรคติดเพื่อนน่ะครับ ถ้าจะต้องมานำสันทนาการแล้วมีพวกแค่สองฅน (บางค่ายหาฅนนำสันฯไม่ได้ เหลือแค่ฅนเดียวก็มี) บางทีก็อยากไปอยู่ฝ่ายอื่นมากกว่า เช่นฝ่ายกิจกรรม แต่เอาละ อาจจะเถียงได้ว่า ฝ่ายอื่นก็ฅนน้อยเหมือนกัน เช่นสวัสดิการ อุปกรณ์ ซึ่งบางทีก็มีสองฅนเหมือนกัน หรือดูแลนักเรียนก็มีสองฅน แต่ผมว่านี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งครับ ที่ฅนนำสันฯมักจะมาเป็นคู่ (เช่นอาตี้-พีต้า หรือ ตี๋น้อย-ปริญ หรือ ภพณ์-อู๋ หรือ บี-กิ๊ฟ) ถ้าไม่มีคู่ที่สนิทด้วยที่จะมานำสันฯด้วยกัน ถ้างั้นก็ไปอยู่ฝ่ายอื่นเสียเลยจะดีกว่า (ไม่นับกรนะครับ เพราะมีผมเข้าคู่ด้วยตั้งแต่แรก จนตอนนี้ยืนระยะได้ด้วยตัวเองแล้ว)

นี่ก็เป็นมุมมองจากฝ่ายสันทนาการนะครับ อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าฝ่ายสันทนาการก็มีข้อดีอีกมาก (ดังที่กล่าวมาตอนต้น) รวมไปถึงว่า อยู่ฝ่ายอื่น ๆ ก็มีปัญหาไม่น้อยเช่นกัน เพียงแต่ว่าผมไม่ได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสอย่างจริงจัง ก็เลยไม่ค่อยทราบมากนัก

ถ้าเพื่อน ๆ น้อง ๆ มีโอกาส ลองมาเล่าสู่กันฟังก็ได้ครับ ว่าประสบการณ์ของฝ่ายที่ตัวเองทำอยู่เป็นอย่างไร เหมือนหรือต่างจากที่มองจากภายนอกอย่างไร เผื่อจะเป็นแรงบันดาลใจให้ฅนมาลองทำฝ่ายตัวเองมากขึ้นครับ

19 ตอบกลับที่ สันทนาก๊าน…สันทนาการ

  1. krajung พูดว่า:

    ผมเคยทำสันทนาการ 2 งานครับ

    1. ค่าย inno 3 ที่สกลนคร ทำกับอู๋
    2. ค่ายสมองแก้ว ทำกับ ออฟ พี่นัท และน้องไอซ์

    ผมเห็นด้วยนะครับว่าสันทนาการไม่สบายเลยครับ เพราะต้องใช้ความสามารถในการหน้าด้าน และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเยอะหน่อย ฮ่าๆ แต่อย่างไร หากเราวางแผนและจัดการเวลาดีๆ ทำสไลด์ให้เข้าใจง่าย คิดให้รอบคอบ ตรงนี้ก็จะสามารถช่วยได้เยอะเลยทีเดียว และยังไงมันก็จะเกิดความผิดพลาดหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นเสมอครับ

    สิ่งที่ผมได้จากการทำงานฝ่ายนี้มากสุดๆ ก็คือการคิดให้รอบคอบ คิดให้กว้างและคิดให้ละเอียด

    ผมว่าฝ่ายนี้ทำงานหนักเหมือนกับประธานค่ายเลยแหละครับ

  2. พี่ณัช พูดว่า:

    ผมจะยกฝ่ายสันฯ เป็นเมียหลวงเลยครับ ถ้าพี่ก้อนเรียกคิวบิกว่าคิวบิก ไม่ใช่คิวบิค

  3. โอ๊ต พูดว่า:

    ความคิดผมนะครับ
    ไม่ว่าฝ่ายไหนๆก็เป็นเมียน้อยตลอดอยู่แล้วล่ะ (จากที่พยายามวนทำฝ่ายโน้นฝ่ายนี้มาตลอด)
    ฝ่ายเดียวที่เป็นลูกเมียหลวงตลอดกาลก็คงเป็น ฝ่ายกิจกรรมแหละครับ (ไม่ว่าจะวิชาการ หรือนันทนาการ)
    เพราะมันถือว่าเป็นแก่นของค่ายครับ ถึงกระนั้นลูกเมียน้อยก็คงต้องจำยอมต่อไปแหละครับ
    ยังไงซะประธานค่ายก็คงต้องพึ่งพาลูกเมียน้อย เพราะถ้าไม่มีฝ่ายใดๆซักฝ่ายนึง ค่ายก็คงจะเละไม่เป็นท่า

    แต่ว่าประธานค่ายก็คงที่จะต้องเอาใจใส่ต่อฝ่ายกิจกรรมมากที่สุด เพราะมันเป็นพื้นหน้าของค่ายครับ
    ถึงงานพื้นหลังอย่างที่หลายๆคนทำมันจะขลุกขลักไปบ้าง น้องๆชาวค่ายคงไม่สังเกตมากนัก (ถ้าไม่เกิดเหตุ สไตรค์ หยุดทำขึ้นมาซะก่อนนะ ฮา)

    ฉะนั้นก็คงถือเป็นการระบายความในใจของพี่ก้อนที่อัดอั้นมานาน ฝ่ายอุปกรณ์-อาหาร-สถานที่ ก็ยังอดกลั้นอยู่เหมือนกัน
    เมื่อถึงเวลาที่มีค่ายสันทนาการ ค่ายอุปกรณ์ อาหาร สถานที่ ขึ้นมา มันคงเป็นทีของเราแล้วล่ะ!

    (วันหลังผมคงมาระบายความในใจเรื่องฝ่ายอุปกรณ์เหมือนกันครับ)

  4. ทั่นกานต์ พูดว่า:

    ผมเพิ่งมีโอกาสได้อ่านครับ

    ขอแสดงความเห็นนิดหนึ่งครับ ด้วยความเป็น cubic ซึ่งไม่เหมือนที่พี่ก้อนได้พบเจอมาในชมรมอื่นๆ

    ผมคิดว่าตัวผู้นำกิจกรรมเอง ก็ต้องสามารถเป็นคนนำสันได้ หรือตัวคนสันเองอาจจะต้องเป็นหนึ่งในทีมกิจกรรม

    ใ นค่ายแ ต่ละค่าย อาจจะเป็นการทำให้ลดปริมาณการใช้คนลง และมีผู้ทำสันทนาการมากขึ้น

    เพราะว่าถ้าเทียบกับที่อื่นๆ (ซึ่งผมขอเทียบกับมหาลัยซึ่งเป็นสังคมที่ใหญ่) สันทนาการ เ ป็น main หลักจึง

    ไม่แปลกที่จะมีทีมสันเป็นเรื่องเปนราว หรือคำว่าลูกเมียน้อยอย่างที่ท่านได้กล่าวไป

    ส่วนเ รื่องโดนด่า…เรื่องเวลา เหอ พูดไปก็จะหาว่าจะเอาอะไรกันหนักหนาครับ ปัญหานี้ก่อตั้งมา 5 ปีแล้ว

    ไม่เคยจะเปลี่ยนหรือดีขึ้น late 30 นาที ก่อยังมีเหตการ late 30 นาที เกิดขึ้นอีก

    ปล.จริงๆเรื่องเมียน้อยเมียหลวงนี้ เราควรจะปลูกฝั่งนะครับว่า ทุกๆฝ่ายในค่ายแม้ว่าจะกิจกรรมก็ตามมันก่อเป็นเมียน้อยหมดอะ
    ที่เป็นเมียหลวงจริงๆ ควรจะเป็นน้องค่ายครับ พูดถึงเรื่องนี้ก่อว่ากันได้อีกยาวละครับ

  5. พี่ณัช พูดว่า:

    จริงๆ ตอนนี้ผมคิดว่า คนรุ่นใหม่ๆ ก็ค่อนข้างมีความคิดที่ว่า สันเป็นอะไรที่ซุยสดล้วนๆ เหมือนกันนะครับ

    วันนี้เท่าที่ประชุมคุยกับจีจี้+เห็ด (สัน thk4) ดูเหมือนจีจี้จะรู้สึกต่อต้านกับการคิดอะไรไว้ก่อนมากๆ (มากๆ ขยายคิดไว้)

    และจริงๆ เนื่องจากผมมาจากสายนันทนาการไปก่อน การมีกำหนดการหรือรายละเอียดเป๊ะๆ เลยเป็นเรื่องที่ผมคุ้นเคย

    แต่อันนี้ อย่างสัน ice breaking ตอนแรก ผมก็พยายามจะเสนออยากให้แพลนกำหนดการว่าจะเล่น+เต้นทำโทษเกมต่างๆ อย่างละกี่นาที โดยพยายามให้เหตุผล (เหมือนกับทางนันทนาการ) ว่าจะได้พอรู้ว่าตอนเล่นจริงเราเลทอยู่หรือเร็วไป ส่วนที่เหลือจะได้ปรับตามได้ ก็ดูเหมือนได้รับการต่อต้านเล็กน้อย

    หรือผมจะเสนอว่าอยากเตรียมก่อนว่าอย่าง “ลมเพลมพัด”, “1-2-3-4″ และ “โอเล่” จะพูดว่าอะไรบ้าง จีจี้ก็ย้ำว่าซุยไปได้เลย?

    ตอนนี้หลักๆ ผมเลยเออๆ ออๆ ตามเค้า แล้วคงจะมาแอบเตรียมเอง (เพราะยังไงผมก็นำเป็นหลักอยู่แล้ว)

    อีกประเด็นที่เห็น คือเรื่องของ background task ที่่เค้ายังไม่ทันนึกถึง (ซึ่งคิดว่าเป็นเรื่องของประสบการณ์ ไม่ใช่เรื่องของ culture)

    คือ เนื่องจากเวลากระชั้นชิด ผมเลยพยายามเสนอกิจกรรมที่ไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์มาก แต่จีจี้ก็จะรู้สึกว่าทำให้กิจกรรมด้อยลง แต่พอถามว่าจะเตรียมเมื่อไหร่ ก็โยนไป day zero หมด

    อืมมม…

  6. กร พูดว่า:

    อ่อ…คนรุ่นใหม่ๆ??

    อย่างไหนถึงใหม่และอย่างไหนถึงเก่าหรอครับบ
    ๕๕

    แต่ผมก็คิดว่าการที่พี่ณัชเข้าไปทำฝ่ายสันก็ดีนะครับจะได้ฝึกน้องๆที่อยู่ฝ่ายสันให้ทำงานเป็นระบบบ้าง

    ผมไม่เคยวางเวลาเปะๆอะครับเวลาเล่น/ร้องตามสถานการณ์หรือดูอารมณ์น้องเอาอะครับไม่ได้เจาะจงว่ากี่นาทีเพราะแต่ละค่ายน้องก็จะชอบต่างๆกันไปบางทีในเกมเดียวกันแต่คนละค่ายอาจจะใช้เวลาต่างกัน อย่างเช่น Combo(โตง มันยกร่อง บลาๆๆ) ในค่ายที่น้องๆชอบเต้นใช้เวลากับตรงนี้ได้เป็นชั่วโมงๆแต่ในขณะเดียวกันที่น้องเล่นแล้วไม่แฮปปี้ก็ไม่ควรจะยืดเยื้ออ

    จึงต้องเตรียมเกม หรือเพลงสำรองไว้อย่างที่พี่ก้อนกล่าวไว้พอสมควรหรือมีสมุดจดเกม เพลงไว้กับตัว

    มันก็เลยเหมือนกันซุยๆอะครับ

    อันนี้คือในกรณีของไอซ์เปรกกิ้ง

    ส่วนในกรณียามเช้ามันจะเป็นช่วงเวลาที่ทำแล้วท้อที่สุดแล้วเพราะถ้าทำกิจกรรมอะไรไปน้องก็ไม่ active เท่าที่ควรแถมบางทีโดนว่าด้วยซ้ำว่าทำไมกิจกรรมยามเช้าน้องไม่ตื่น staff ก็ทรมาน น้องก็ทรมานต่างคนก็ต่างนึกมึงจะให้กูแหกขี้ตาตื่นมาทำไมฟระแต่ดีก็มีอะครับเพราะไม่ตื่นในยามเช้าเพื่อจะได้ไปตื่นในกิจกรรมอื่น

    ส่วนยามเย็นผมคิดว่าควรจะเอาระบบนันทนาการมาใช้ก็ดีนะครับเพราะว่าเป็นอะไรที่ต้องใช้อุปกรณ์ การจัดการ เยอะ

    ซึ่งการที่ผมได้มาทำ (k)(C)u(b)(s)(i)(a)c ยามเย็นเปนอะไรที่แปลกใหม่สำหรับผมครับและเป็นอะไรที่ผมจะต้องเรียนรู้อีกเยอะ!

  7. ข้าวตู พูดว่า:

    เหอะๆๆๆ ฝ่ายกิจกรรมดูจะเป็นลูกเมียหลวงจริงนะคะ
    แต่ค่ายที่ผ่านมานี่ฝ่ายกิจกรรมเป็นลูกเมียหลวงตกอับค่ะ(ขอตัดพ้อนิดนึง)
    ถูกใช้แรงงานเยี่ยงทาส เวลาประชุมคนอื่นเค้าได้ไปเที่ยวต่อ
    ทีมกิจกรรมต้องมานั่งเตรียมงานกันหัวฟู
    พอตอนค่ายก็ต้องมาเตรียมอุปกรณ์ เตรียมนู่นเตรียมนี่
    พอนำกิจกรรมเสร็จนี่ต้องมาหาชวนป๋วยกระแทกปากย้อมใจ
    แถมบางทียังโดนค่อนขอดจากฝ่ายแสงเสียงว่าฝ่ายกิจกรรมเรื่องมากอีกน่ะค่ะ
    บางทีมันก็ช้ำใจนะ…(อือฮึๆๆๆ – เสียงสะอื้น)
    บางคนอาจจะมองเห็นว่าฝ่ายกิจกรรมนี่ก็เบื้องหน้านะ แถมยังดูสนุก ดีจะตาย แต่ตอนนี้ขอเถียงขาดใจค่ะ เหนื่อยมาก ระหว่างค่ายกลายเป็นซอมบี้
    บางทีก็อยากอยู่ฝ่ายอื่นบ้างนะคะ แต่มันเหมือนโดนตราหน้าไปแล้วค่ะว่านังข้าวตูมันฝ่ายกิจกรรม เลยมักจะถูกลงชื่อเป็นฝ่ายกิจกรรมอยู่เป็นนิจ

    เอาเถอะค่ะ แต่ฝ่ายไหนมันก็คงเหนื่อยทั้งนั้นแหละ เอนทรี่นี้เลยกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของแต่ละฝ่ายไปซะแล้ว 55 แต่ก็ดีนะคะ เราจะได้รู้ว่าฝ่ายอื่นๆเค้ามีความรู้สึกยังไงบ้าง เวลาทำงานจะได้เข้าใจกันมากขึ้นนะ

  8. เฟิน พูดว่า:

    จิงๆเฟินถามพี่ก้อนว่า
    ฝ่ายสันเป็นฝ่ายที่สบายสุดๆเลยรึเปล่า
    ต่างหากนะคะT^T

    แต่ก็จิงที่เท่าที่เห็นมา สันทนาการเหมือนจะสบายๆ
    ยิ่งกับพี่ก้อนที่แค่ออกมาจับไมค์น้องๆก็นั่งตาวิ้งรอฟังแล้ว
    แต่พี่ก้อนก็บอกว่า กว่าจะเป็นแบบนี้ก็นานเหมือนกัน
    ยิ่งมาอ่านแล้วเลยเห็นภาพมากขึ้น
    เพราะให้เฟินไปสันก็ทำไม่ได้เหมือนกัน ดับมากๆ

    แต่ก่อนหน้านี้ เฟินไม่เคยมานั่งคิดเลยนะคะเนี่ยะว่าแต่ละฝ่ายจะรู้สึกเรื่องเมียหลวงเมียน้อยแบบนี้กันด้วย
    เพราะเฟินผ่านมาก็เป็นแค่พี่เลี้ยงกะดูแลนร.(ที่ก็มีพี่ณัชคอยช่วยตลอด)
    ไม่เคยคิดจิงๆ
    ตอนทำดูแลนร.ก็ไม่เคยรุ้สึกว่าเราเปนเมียน้อยหรือเมียหลวงเลย
    (เค้าให้ทำอะไรเฟินก็สนใจแต่ที่ฝ่ายตัวเองต้องทำอะ-*-)
    อ่านแล้วก็ได้มองไปอีกแบบค่ะ

    แต่พอเปนประธานค่ายติ้งกิ้งแล้วก็เลยเข้าใจมากขึ้นว่าทุกฝ่ายก็ขาดไม่ได้ทั้งนั้น เพราะมันก็เชื่อมโยงกันหมด
    ถ้าเฟินขาดพี่ๆ เพื่อนๆ หรือน้องๆฝ่ายไหนไปก็เหมือนเปนง่อยไปเลย เฟินว่ามันเหมือนร่างกายคนที่พิการตรงไหนก็เดือดร้อนทั้งนั้นมากกว่านะ

    สำหรับฝ่ายประธานของเฟิน ทำไมประธานต้องมีคนเดียวด้วยล่ะ
    เฟินเป็นพวกไม่กล้าตัดสินใจอยุ่ด้วย น่าจะมีซัก 5 คนเลยนะ *O*

    เฟินรู้สึกว่าเฟินไม่รู้ขอบเขตและการทำงานของงานเท่าไหร่
    ทำอะไรๆยังงงๆอยุ่ พี่ๆช่วยแนะนำได้ทุกเรื่องเลยนะคะ
    จะพยายามทำให้ดี

  9. PeaK พูดว่า:

    คนรุ่นใหม่?? ผมว่าผมก้อรุ่นใหม่นะ แต่ผมไม่เคยคิดเลยว่าฝ่ายสันไม่ต้องเตรียมไรไป ซุยๆ ให้จบก้อพอ

    ผมไม่ชอบอย่างแรงที่มาถึงไม่มีไรอยุในหัว ไม่มีหลัก ไม่มีจุดหมายแล้วต้องไปทำไม่ว่าจะเป็นไรก้อตาม

    ฝ่ายสันน่าจาเตรียมก่อนเสมออะ แต่ต้องมีแผนสำรอง เพราะอย่างที่พี่ก้อนบอกมา ฝ่ายสันหลายๆอย่างมันไม่แน่นอน เวลาน้อย เปลี่ยนกิจกรรม น้องไม่แฮปปี้ เปลี่ยนกิจกรรม อุปกรณ์ไม่ครบ เปลี่ยนกิจกรรม สภาพอากาศไม่ดี เปลี่ยนกิจกรรม ฯลฯ ที่ทำให้เหมือนไม่ได้เตรียมตัวทั้งๆที่เตรียมตัวมา

    แต่สันมันก้อมีอีกแบบคือสันวง(ที่มีแต่เพลง เล่นเกมส์เปนวง ไม่ได้วิ่งนอกสถานที่)อันนี้ไม่ต้องเตรียมไรมากก้อได้ เพราะเกมส์ที่เล่นแล้วสนุก เหมาะกับสถานที่และจำนวนคน ก้อมีอยู่ไม่มีเกมส์ เอาของเก่ามาก้อได้ เพลงเก่าเกมส์เก่าแล้วจาเตรียมให้หนักหัวเพื่อ??อันนี้เข้าใจ

    ค่ายต่อๆต้องไปดูงานฝ่ายอื่นว่าเปนไง แต่ถ้าเปนไปได้จะลองมาแก้ตัวกับสันที่ยังทำไม่ค่อยดีอีกที

  10. หนู๋แอม พูดว่า:

    แอมยังไม่เคยเป็นสันทนาการของ Cubic มาก่อนนะคะ แต่ก็ไม่คิดจะดูถูกฝ่ายใดอยู่แล้ว แต่อยากให้ทุกคนทุ่มเทกับงาน แล้วก็จริงจังกับมันบ้างมากกว่า

    ฝ่ายที่แอมเคยทำมี 2 ฝ่ายค่ะ คือโครงงานวิศวะ กับดูแลนักเรียน แต่ดูเหมือนจะนำกิจกรรมไม่ค่อยจะรุ่งเท่าไหร่ ความคิดไม่บรรเจิด = = ก็เลยคิดว่าไม่รุ่งเท่าไหร่นัก ก็เลยได้ลงเอยกับค่ายอื่นๆด้วยดูแลนักเรียน ทะเบียน สายนั้นน่ะค่ะ เอาเข้าจริง พยาบาล อาหาร สถานที่ แอมยังไม่เคยติดต่อเองเลย อย่าดีก็แค่ประสานงาน เลยไม่รู้ว่าเป็นยังไงเหมือนกัน

    สำหรับดูแลนักเรียนเริ่มค่ายแรกของแ อมเ หมือนจะดูดีนะคะ คุมเวลาได้ ประสานงานง่าย แต่พอค่ายอื่นๆเอาเข้าจริงก็รู้สึกดับเหมือนกันค่ะ รู้สึกว่าถ้าเอาเข้าจริงแล้วเป็นฝ่ายที่ต้องละเอียดรอบคอบ ตื่นตัวอยู่ตลอกเวลา ต้องคุมน้องๆ พี่เลี้ยง แต่ก็ต้องทำให้เค้าไว้ใจและพูดกับเราได้ทุกอย่าง รายละเอียดเยอะมากจริงๆค่ะ (อันนี้พี่ก้อนน่าจะรู้ดีอยู่แล้ว) แต่เดี๋ยวนี้แอมก็ว่ามันอ่อนลงไปเยอะแล้วนะคะ เป็นเรื่องดีหรือไม่ดีอันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เพราะว่าเอาเข้าจริงก็ขอแค่ตอนจบค่ายน้องๆไม่เป็นไร แล้วก็ภาพลักษณ์ของค่ายออกมาดูดีก็ถือว่า Ok แล้วค่ะ

    สำหรับใครที่เกลียดหรือไม่ชอบเลยฝ่ายดูแลนักเรียน ทำไมชอบมาว่าชั้น หรือเตือนอยู่ได้เข้าใจแล้ว หรืออื่นๆนะคะ ให้อภัยด้วยเถอะค่ะ เหนื่อยจริงๆค่ะฝ่ายนี้ เวลานอนถ้าเอาแบบเคร่งคัดจริงๆแล้วน้อยเ หมือนกันค่ะ เพราะว่าประชุมส่วนใหญ่ก็ต้องประชุมทั้ง 2 อย่างเลยค่ะ คือทั้งพี่เลี้ยง แล้วก็กิจกรรม เพื่อจะได้ดูว่าพรุ่งนี้ต้องเตรียมอะไรยังไง ตารางกิจกรรมก็ต้องพยามคุมให้ได้ด้วยค่ะ ดูแลนักเรียนนี่เหมือนจะต้องโหดนะคะ แต่ความจริงเราก็ไม่ได้อยากโหดหรอกนะคะ เพียงแต่ก็ตามภาษาคนอ่ะค่ะ บางทีถ้าพูดดีๆก็ไม่ค่อยจะฟังกัน – -’ แอมยังเคยเลยค่ะ เตือนไปแล้วไม่มีใครฟัง สุดท้ายต้องมีอำนาจมืดมาเตือน ถ้าเป็นแบบนั้นก็จะยิ่งเสียกำลังใจมากเลยค่ะ

    สำหรับที่พี่ก้อนบอกนะคะว่าสันหาคนยาก แอมว่าฝ่ายแอมก็หาคนยากไม่แพ้กันอ่ะค่ะ จากที่เคยทำหาคนมาลงแต่ละฝ่ายอ่ะค่ะ แถบๆอำนวยการจะมีแต่คนเดิมๆอ่าค่ะ ตอนนั้นเหลือสันกับแถบๆดูแลนักเรียน อาหารไรงี้ เค้าก็เลือกสันทนาการนะคะ = = แต่ความจริงแล้วก็หายากพอกันล่ะค่ะ แต่เดี๋ยวนี้เป็นแบบไหนแอมก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ไม่ได้ตามมานานพอควร พอดีช่วงนี้ยุ่งน่ะค่ะ

    แอมเคยเป็นสันนะคะ แต่คิดว่าไปไม่รอดหรอกค่ะ เพราะว่าแค่สันเพื่อนๆยังไม่ค่อยจะรอดเลยค่ะ แล้วก็อาจจะไม่มีโอกาสได้ทำค่ายแล้วด้วยค่ะ ก็ขอให้โชคดีกันต่อไปนะคะ

    สุดท้ายก็อยากจะบอกว่าทุกฝ่ายสำคัญเท่ากันหมดแหละค่ะ ไม่มีฝ่ายไหนก็ล่มด้วยกันทั้งนั้น แอมว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ว่าใครจะเป็นลูกเมียน้อยหรือลูกเมียหลวง ถ้าเราตั้งใจและทุ่มเทกับมันจริงๆ แค่นั้นก็พอแล้วค่ะ สำหรับค่ายหนึ่งค่าย 100 คนที่ไม่ทุ่มเทต่อให้ทำงานเป็นกันหมด แอมว่ายังสู้ 30 คนที่ทุ่มเทเต็มร้อยไม่ได้เลยค่ะ

  11. หนู๋แอม พูดว่า:

    ผิดนิดนึงค่ะ** แอมเคยอยากเป็นสันค่ะ ไม่ใช้แอมเคยเป็นสัน = =

  12. ส้ม ม ม พูดว่า:

    ในความคิดส้มนะ สันเป็นไรที่ต้องเตรียมตัวมากๆ ม่ายช่ายจะมาสดๆได้อ่ะ
    อย่าง ก้ต้องคิดไว้ก่อนว่าเวลาถ่วงเวลาจะเล่นไรดี คิดเกมใหม่ๆที่มันแหวกๆบ้าง แล้วอย่างตะก่อนก้จะเคยเหนว่ามีซ้อมสันให้พี่เลี้ยงไรงี๊
    เตรียมเพลง เตรียมมุขกันไว้ก่อนก้มี (อย่ามุข ติงคลาน ติงกิ้ง(กลิ้ง) ของตี๋น้อยกะ โอ๊ต ฮ่าๆๆๆ) แต่บางทีก้เหนว่าไอ้ที่เตรียมไว้ก้อดเล่นเพราะโดนกินเวลา อันนี้ก้น่าสงสาร+ เสียดายแทน น้องๆนะ เพราะบางทีเหนรายการแล้วรอเล่นเลย ฮ่าๆๆ
    แล้วพอโดนกินเวลางี๊ก้ต้องเปลี่ยนกิจกรรมถ้าเวลาไม่พอที่จะเล่นอันเดิม เหนแล้วออกจะลำบาก – - เพราะส้มก้ด้ายไปนั่งๆกะทีมสันบ้างเหมือนกัน แบบพี่จอร์จงี๊ ปาม เดียว หรือตอนนั้นที่แพรวสวยกะพี่อู๋เปนก้เคยไปนั่งฟังเค้าคุยงานกัน ก้เหนต้องเตรียมตัว เตรียมงาน และเตรียมใจ เยอะเหมือนกันนะ ฮ่าๆๆ

    แล้วก้ ส้มรุ้สึกว่าสำหรับสันเนี่ย บางทีหน้าม้าก้จำเปนนะคะ
    เพราะจายิ่งทำให้บรรยากาศครึกครื้นยิ่งขึ้น น้องก้จาด้ายสนุกยิ่งขึ้น
    แต่หลังๆ แต่ละค่ายสต๊าฟนั้นก้มีน้อยเหลือเกิน แล้วแต่ละคนก้ต้องไปเตรียมงาน เลยเหลือแต่ทีมสันกะพี่เลี้ยง ซึ่งบางทีพี่เลี้ยงก้ยังคงห่วงมาดดูดี หรือเต้นไม่เปน ก้ทำให้บรรยากาศกร่อยได้ง่าย

    ส่วนเรื่องฝ่ายเบื้องหน้าเบื้องหลังเนี่ย
    ส้มคิดว่ามันก้ขึ้นอยุ่กะบุคคลนะคะ ความจิงส้มว่าส้มก้ค่อนไปทางเบื้องหลังนะ แต่ก้คอยป้วนเปี้ยนตลอด ถ้าเรารุ้จักเข้าไปคุยกะน้องๆมันก้ทำความรุ้จักได้เหมือนกัน
    แต่ก้แล้วแต่คนจาคิดอ่านะ

    แต่ยังไงส้มก้ยังรุ้สึกว่าม่ายช่ายทุกคนนะ ที่จะมาทำฝ่ายนี้ได้
    ต้องเปนคนที่มีความสามารถมากทีเดียว! คืออาจจะมีแป้กกันบ้าง
    แต่ส้มก้รุ้สึกได้ว่า ทีมสันของเราแต่ละคน จะมีเสน่ห์และสไตล์ในแบบของตัวเอง
    บางที ส้มก้อยากลองสันบ้างเหมือนกันนะเนี่ย!!!
    ฮ่า ๆ ๆ ๆ

  13. จีจี้ พูดว่า:

    ที่จีจี้เกิดความรุ้สึกว่าไอ้เกม3เกมมันซุยได้
    คงเปนเพราะจากค่ายฟันเเคมป์มั้งครับพี่นัท
    ที่จี้ไม่รุ้อะไรเรยว่าจะต้องเล่นอะไรบ้าง
    (ที่รู้ก้อจะเเค่ยามเช้ากับยามเย็นที่จี้ต้องเป็นคนเตรียมอุปกรณ์)
    แล้วพอออกมานำเเบบไม่รุ้เรื่อง
    เลยต้องซุย
    ความรู้สึกมันก็เลยเป็นว่า ซุยได้มั้งครับ

    แต่ก็อาจเป็นเพราะจีจี้ที่ต้องไปซุยกับพี่กรมีทุกอย่างไว้ในหัวแล้ว
    ก็ทำให้มันผ่านไปได้อะครับ

    เหมือนกับว่าพี่กรเตรียมการไว้เเล้ว
    โดยที่จีจี้ไม่รุ้ มันก้ทำให้เกิดความรู้สึกว่าซุยได้อะครับ
    เเละจีจี้ก็ไม่ได้ทำสันอย่างเต็มที่เท่าไหร่ด้วย
    (เพิ่งมาได้ทำวันหลังๆ)
    ก็เลยยังไม่เข้าใจอะไรเท่าไหร่ครับ

    ค่ายต่อๆไปคงจะเข้าใจอะไรมากขึ้นครับ
    ผมยังต้องเรียนรู้อีกเยอะครับ(ถ้าได้ทำอีกอ่านะ 55)

    ถ้าประธานมีหลายคนอย่างที่เฟินว่า
    มันจะเป็นเเบบการเมืองไทยปัจจุบันมั้ยครับ
    น่าสนๆ 5555

  14. Chayanin พูดว่า:

    ส้มเป็นเบื้งหลัง แต่ทำไมมีน้องมาเกาะตลอดเลยล่ะ 55

  15. อาตี้ พูดว่า:

    เป็นครั้งแรกที่เข้ามาอ่านเลยนะเนี่ย จากคำชวนของพี่ก้อน ขอตอบยาวๆเลยละกัน อ่านด้วยล่ะ
    สำหรับผมที่เคยอยู่ฝ่ายสันมานะครับ บอกได้เลยว่าสบายกว่าฝ่ายอื่นๆจริงๆ เพราะว่าไม่จำเป็นต้องใช้เวลาคิดค้นกิจกรรมหรือเตรียมกิจกรรมเป็นเดือนๆอย่างคนอื่น แค่ใช้เวลาก่อนค่ายซัก 1 อาทิตย์เนี่ยเพียงพอแล้วพอถึงช่วงค่ายก็มีเวลาว่างในช่วงของกิจกรรมอื่นๆ นานหลายชั่วโมงเนี่ยก็สามารถแอบไปนอนได้ มาทำงานแค่ยามเช้ายามเย็นก็พอ แต่!!!! ผมคิดว่าคนที่ทำแบบนั้นไม่ควรจะอยู่ฝ่ายสันหรอกครับ เนื่องจากฝ่ายสันเนี่ยจะเป็นคนที่สร้างบรรยากาศของค่ายให้สนุกสนานตลอดเวลา
    ดังนั้นในช่วงของกิจกรรมอื่นๆการที่มีฝ่ายสันลงมาคลุกคลีกับน้องๆในค่าย นอกจากจะช่วยเพิ่มเรทติ้งให้กับตัวเอง ช่วยแบ่งเบาภาระให้กับเจ้าของกิจกรรมนั้นๆได้แล้ว
    ยังช่วยทำให้บรรยากาศของค่ายดีขึ้นอย่างมากๆด้วย ซึ่งประสบการที่ผ่านมานั้น
    เวลาที่ประชุมกิจกรรมตอนกลางคืน แล้วมีกิจกรรมที่ต้องการคนไปช่วย ผมกับพีต้าก็จะไม่พลาด ส่วนเรื่องที่ว่าฝ่ายสันนั้นไม่ค่อยเตรียมตัวไม่ค่อยวางแผนนั้น
    ผมก็ไม่เห็นด้วยเลยนะครับ สำหรับผมนั้นช่วงแรกๆที่ได้รับมอบหมายให้เป็นฝ่ายสันอย่างเต็มตัว ผมจะโดนพี่นัทถามอยู่ตลอดเวลาว่ายามเช้ายามเย็นมีอะไรบ้าง ลองแล้วรึยัง เตรียมอุปกรณ์รึยัง ซึ่งทำให้ผมกับพีต้านั้นวางแผนก่อนค่ายมาตลอด
    แต่บางครั้งก็อาจจะมีปรับเปลี่ยนเป็นสดซุยกันจริงๆซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์
    แต่ว่าการซุยนั้นไม่ใช่นำๆอยู่แล้วคุยเกมกันสองคนว่าจะเล่นอะไรต่อ ซุยของผมเนี่ยก็ต้องคุยกันให้เสร็จก่อนขึ้นไปนำว่าเราจะเล่นเกมอะไร ซึ่งเราก็ควรจะมีอยู่ในหัวบ้างตลอดเวลา สำหรับการเตรียมตัวกิจกรรมที่มีอยู่ในตารางเวลาคือ ice breaking,morning(ยามเช้า),evening(ยามเย็น),and receive younger sister/brother base(ฐานรับน้อง) นั้นผมจะวางแผนไว้ก่อนเลยไม่มีสดแน่นอน ยิ่งตอนละลายพฤติกรรม เนี่ยวางแผนกันไว้เลยว่าจะเล่นเกมอะไรกี่นาทีทำโทษกี่นาที และซ้อมกับพีต้าเหมือนจริง1รอบ คือซ้อมจริงๆนะแบบพูดออกมารับส่งมุกกันเลยอ่ะ
    นั่นละที่พูดมาทั้งหมดเนี่ยก็อยากจะบอกน้องๆฝ่ายสันรุ่นใหม่ๆ ว่าถีงแม้จะเป็นฝ่ายที่เหมือนจะสบายๆแต่ถ้าอยากจะเป็นฝ่ายสันที่ดี จะขาดการเตรียมพร้อมไม่ได้ มันจะช่วยให้เราเห็นความผิดพลาดก่อนที่มันจะเกิดขึ้นจริง อย่างเช่นการที่เราลองบอกโค้ด ให้คนอื่นฟังซัก1ครั้งเราก็รู้แล้วว่ามันจะเวิร์กรึเปล่า แล้วก็อย่าลืมที่จะสร้างบรรยากาศของค่ายให้สนุกสนานตลอดเวลาไม่จำเป็นว่าต้องเป็นช่วงเวลาที่เรานำสัน ผมว่านี่ก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายสันเหมือนกันนะ

    คิดเห็นกันยังไงก็แนะนำด้วยนะคับ

    • eigx พูดว่า:

      หล่อมากครับ พาตี้ อีต้า

      อื้อ ผมเองก็ขอจบการแสดงความคิดเห็นแค่นี้ละ
      คิดเห็นอย่างไรก็บอกกันแนะนำกันมานะครับ

  16. พีต้า พูดว่า:

    ได้อ่านความคิดเห็นของหลายๆคนเกี่ยวกับสัน ก็เห็นด้วยในหลายๆเรื่องเลยนะ

    อย่างผมนี่เวลาจะต้องสันนี่จะเตรียมคิดตั้งแต่รู้ว่าจะต้องมาสันเลยแหละ จะว่าวิตกจริตก็ได้นะ อยู่บ้านก็นั่งคิด นอนคิด ว่าจะเอามุกไหนไปเล่นดี เกมไหนดี น้องจะชอบมั้ย แล้วมาวันเตรียมงานก็จะเอาที่คิดเนี่ยมาคุย กับอาตี้ ว่าอันไหนเวิร์ก ลองเล่นให้สต๊าฟดู เป็นการบิ้วอารมณ์ไปในตัว มันไม่ลองไม่รู้หรอก พอเดย์ซีโร่ก็จะมาซ้อมก่อนรอบนึงเป็นอย่างน้อย แบบมีคนดูหรือไม่มีก็ได้ พอเริ่มมั่นใจขึ้นก็จะคิดหาอะไรที่มันแปลกใหม่ไปเล่น เพราะว่าเด็กเข้าค่าย ส่วนใหญ่โค_ตรจะเบื่อ เพลงกับเกมสันจะแย่อยู่แล้ว จึงต้องคิดให้สมกับเป็นสันของcubiccreative เราจะต้อง”สันอย่างสร้างสรรค์” เจ๋งแต่ไม่เสื่อม แป้กแต่มีคอนเซ็ป ซึ่งตรงนี้แหละที่เป็นเสน่ห์ให้น้องติดใจ แต่ก็ไม่จำเป็นมากหรอก เอาธรรมดาให้ปึ้กก่อน…
    แล้วพอวันจริงนะ ก็ต้องคุยกับอาตี้แบบถึงกำหนดการณ์ทั้งหมด ซ้อมด้วยอีกที คือต้องบิ้วอารมณ์ให้ได้ ดั่งที่มีปราชญ์กล่าวไว้ว่า
    “คนสันต้องสนุกที่จะสันก่อนน้องถึงจะสนุกตาม” แต่ก็แล้วแต่คนนะ…
    ส่วนลูกเมียน้อยเมียหลวง ฝ่ายนู้นได้หน้าฝ่ายนี้เบื้องหลังเนี่ย จริงๆแล้วฝ่ายสันนี่เปิดรับทุกฝ่ายนะ แจมได้หมดแบบที่ส้มทำน่ะแหละ ยิ่งคนเยอะยิ่งสนุก ดังนั้นผมคิดว่าเวลาที่สันซ้อมเนี่ยช่วยมาฟังกัน แล้วก็ควรจะร้องได้เต้นได้กันทุกคนทุกเพลง ยิ่งรับมุกได้ยิ่งดี เพราะว่าในสายตาน้องเนี่ยทุกคนก็สต๊าฟเหมือนกันหมด ถ้าเต้นได้ดีกว่าคนนำสันนี่ยิ่งดี จะได้ฮาๆ ถ้าสต๊าฟไม่อายน้องก็จะได้กล้าขึ้น ยิ่งทำให้กิจกรรมต่างๆได้รับความร่วมมือมากขึ้นด้วย เผลอๆฝ่ายเบื้องหลังจะได้แจ้งเกิดก็ตรงนี้แหละ

    ส่วนเรื่องอื่นๆนี้ก็ตามที่อาตี้กะพี่ก้อนพูด เห็นด้วยเรื่องไมโครโฟน มันจำเป็นมากๆสำหรับคนนำสันที่เสียงเบา

    ใครคิดอย่างไรก็บอกกันนะ

  17. กร พูดว่า:

    อยากเห็นพี่อาตี้หมุนหัว!!

  18. Rata พูดว่า:

    About P-ta’s comment

    จึงต้องคิดให้สมกับเป็นสันของcubiccreative เราจะต้อง”สันอย่างสร้างสรรค์” เจ๋งแต่ไม่เสื่อม แป้กแต่มีคอนเซ็ป

    << sood yod !!!

    About ข้าวตู

    ถูกใช้แรงงานเยี่ยงทาส ระหว่างค่ายกลายเป็นซอมบี้ << not only during the camp but also a month(or more) before….

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.