William Arthur Ward นักเขียนชาวอเมริกัน เคยกล่าวไว้ว่า
“The mediocre teacher tells.
The good teacher explains.
The superior teacher demonstrates.
The great teacher inspires.”
หากพิจารณาตามแล้ว ก็คงไม่น่าแปลกใจที่ระบบการศึกษาแบบเล่าให้ท่อง บอกให้จำที่เราคุ้นเคยกันดี จะตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์และถูกติติงมากมาย ในเมื่อมันเป็นการสอนที่แค่ “พอใช้”
และก็คงเชื่อตามได้ ว่าการสอนโดยอธิบายให้เข้าใจที่มาที่ไปและเหตุผล จะ “ดี” กว่า ในเมื่อความรู้ที่แท้จริงนั้นขึ้นอยู่กับความเข้าใจในหลักการและเหตุผล มากกว่าการแค่ท่องจำได้
เช่นเดียวกัน การสาธิตให้ผู้เรียนได้มีโอกาสประสบด้วยตนเอง ย่อมทำให้เกิดประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีประสิทธิผล “เหนือกว่า” ไม่ต่างจากคำพังเพย สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น
ซึ่งก็แน่นอน ว่าการสอนในแต่ละรูปแบบที่ว่ามานี้ ย่อมจะยาก ซับซ้อน และต้องอาศัยทรัพยากรมากขึ้นตามลำดับ จึงไม่แปลกที่การเรียนแบบท่องจำจะยังเป็นที่แพร่หลาย และยากที่จะหลีกเลี่ยงในการจัดการศึกษาที่เรายังเห็นอยู่ทุกวันนี้
แต่ไม่ว่าจะจัดรูปแบบการเรียนการสอนแบบใด สิ่งที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุดและยังขาดหายไปอย่างมากจนไม่น่าให้อภัย ก็คือประโยคที่สี่ในวจนะที่อ้างถึงข้างต้น
การบันดาลใจผู้เรียนให้เกิดความสงสัยใคร่รู้ นับเป็นสิ่งแรกที่ควรจะมีขึ้นในกระบวนการเรียนใด ๆ ก็ตาม เพราะฉันทะ นับเป็นจุดเริ่มต้นอันสำคัญที่สุด ของเส้นทางที่จะนำไปสู่จุดหมาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขั้นตอนของระบบการศึกษา ซึ่งหากผู้เรียนเกิดความสงสัยแต่ว่า “จะเรียนไอ้นี่ไปทำไม” โอกาสที่การเรียนการสอนนั้นจะประสบความสำเร็จ ก็แทบจะดับไปแล้ว
(เว้นแต่จะแก้ปัญหาโดยการจับยัดอย่างหนักหน่วงจนความสงสัยใด ๆ นั้นกระเด็นหลุดไปหมด อย่างที่เราอาจจะรู้จักกันดี)
การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนที่ซับซ้อนมากขึ้น ยิ่งจำเป็นจะต้องตอบโจทย์ข้อนี้ให้ได้เป็นข้อแรก ก่อนที่จะได้มีโอกาสจุดประกายความคิดให้ผู้เรียนในด้านอื่น ๆ ต่อไป เพราะยิ่งศูนย์กลางของการเรียนรู้ย้ายจากผู้สอนไปสู่ผู้เรียนมากเท่าไร ความต้องการของผู้เรียนก็ยิ่งทวีความสำคัญขึ้นเท่านั้น
ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่าย ๆ เลย โดยเฉพาะในกรอบของข้อจำกัดเดิม ๆ ที่มีอยู่ทุกวันนี้
แต่นั่นก็เป็นโจทย์ที่ผู้จะเป็นครูที่ “ดีเยี่ยม” จะต้องตอบให้ได้
โพสต์โดย Paul_012